เทียบกันจะๆ 2022 Honda Civic และ 2021 Honda accord


เทียบกันจะๆ 2022 Honda Civic และ 2021 Honda accord
  • 0 ตอบ
  • 499 อ่าน
« admin»เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2564, 10:34:29 PM »

เป็นที่ทราบกันดีว่า Honda Civic รุ่นใหม่ในเจนเนอเรชั่นที่ 11 นั้นถูกลดความเป็นสปอร์ตจากรุ่นเดิมไปอย่างมาก ทำให้หลายๆ คนเริ่มเปรียบเทียบถึงโมเดลในพิสัยที่ใกล้เคียงกันอย่างเจ้า Honda Accord ซึ่งภาพรวมของทั้งสองโมเดลนั้นมีความขยับเข้าใกล้กันมากขึ้นกว่าเดิม เราจึงได้ลองมันมาเปรียบเทียบโดยใช้ประเด็นเดียวกันถึงความแตกต่างของทั้งสองโมเดล ที่ยังคงมีแนวทางของตัวเองในเจนนี้อยู่


2022 Honda Civic

2021 Honda Accord

ตำแหน่งในการตลาด

ส่วนแรกที่เราจะลองมาเปรียบเทียบกันดูก็คือเรื่อง Market Positioning หรือตำแหน่งในการทำตลาด โดยผู้มาก่อนอย่างเจ้า Accord นั้นจะถูกวางตำแหน่งในตลาด D-Segment โดยเป็นกลุ่มตลาดที่มีราคาที่สูงกว่าเน้นความหรูหราและภาพลักษณ์ที่เป็น Luxury Cars มากกว่า โดยส่วนของ Honda Civic รุ่นที่ 11 นั้นถึงแม้ว่าจะมีการปรับโฉมที่ลดความเป็นสปอร์ต แต่ก็ยังไม่ทิ้งความเป็นรถยนต์ในหมวดหมู่ซีดาน C-Segment เพียงแค่ปรับตัวรถให้ดูร่วมสมัยมากขึ้น ไม่เปรี้ยวปี๊ดเหมือนกับที่ผ่านมา

ภายนอกตัวรถ

จากภายนอกทั้งสองโมเดลดูมีความเป็น Minimalist ที่มากขึ้น การออกแบบดีไซน์ของทั้งสองโมเดลไม่เน้นการจัดวางที่โฉบเฉี่ยว สัดส่วนที่แหลมคม มุมพับของฝากระโปรง แต่ยังคงใช้ชุดไฟหน้าและท้ายแบบ LED ล้อขนาด 18 นิ้ว แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือเรื่องของการออกแบบที่ Civic ใหม่นั้นจะอิงความเป็นสปอร์ตที่ถึงจะถูกลดทอนลงไป แต่ความสง่างามของตัวถัง การวางองศากระจกหน้า รวมไปถึงการกำหนดสัดส่วนของตัวรถยังคงความเป็นรถสปอร์ตที่อาจจะดูดุดันน้อยลง เรียบง่ายมากขึ้น ในส่วนของมิติตัวรถนั้นเมื่อเปรียบเทียบโดยละเอียดแล้ว Civic ใหม่ จะเล็กกว่า Accord พอสมควร รวมไปถึงพื้นที่แถวสองที่ปรับใหม่ของ Civic ด้วยพื้นที่ความจุ 419 ลิตร ยังคงเล็กกว่า Accord ที่สามารถจุได้ถึง 570 ลิตร ซึ่งเห็นได้ชัดว่า Acoord นั้นจะมีพื้นที่ใช้สอยที่นั่งแถวสองที่กว้างขวางกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ภายในตัวรถ

Honda Civic รุ่นใหม่จะได้เปรียบกว่าเล็กน้อย ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์สมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผลส่วนคนขับที่เป็นแบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว หน้าจอสาระบันเทิงแบบสัมผัสขนาด 9.2 นิ้ว และชุดเครื่องเสียงระดับพรีเมี่ยมจาก Bose เมื่อเทียบกับ Accord ที่เปิดตัวรุ่นล่าสุดเมื่อช่วงปลายปั 2019 จะมีหน้าจอแสดงผลส่วนคนขับขนาด 7 นิ้ว และ หน้าจอสาระบันเทิงขนาด 8 นิ้ว โดยทั้งสองรุ่นมีความสามารถ Apple CarPlay™ และ Android Auto™ที่เหมือนกัน

ขุมกำลัง

ในส่วนของเรื่องเครื่องยนต์นั้นทั้งสองโมเดลมีรุ่นที่เหมือนกัน โดยการใช้งานเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบ VTEC พร้อมกับชุดเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT แต่มีความแตกต่างกันในเรื่องของการจูนกำลังที่ Civic ใหม่จะมีกำลังอยู่ที่ 180 แรงม้า (HP)แรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร เทียบกับ Accord ที่ใช้ชุดเครื่องยนต์และเกียร์เหมือนกัน จะมีกำลังสูงสุดที่ 201 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร แต่ก็อย่าลืมว่า Accord นั้นจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าซึ่งจะมีน้ำหนักตัวที่มากกว่า เมื่อเทียบกับอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักแล้ว Civic จะมีอัตราส่วนที่สูงกว่าพอสมควร

ระบบความปลอดภัย

ทั้งสองรุ่นติดตั้งระบบช่วยเหลือด้านความปลอดภัยของ Honda Sensing และเซ็นเซอร์ 8 ตัว แต่ Civic มาพร้อมถุงลมนิรภัย 10 ตำแหน่งมาตรฐาน ในขณะที่ Accord มีถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และถ้าให้ลงรายละเอียดลึกกว่านี้ Civic ใหม่จะมาพร้อมกับถุงลมนิรภัยแถวหน้าแบบใหม่ และใช้นวัตกรรมโครงสร้างรูปโดนัท รองรับการกระแทกของศีรษะลดการบาดเจ็บของสมองและคอ เบาะหลังยังมีถุงลมนิรภัยด้านข้าง ซึ่งสามารถให้ผลเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการมาถึงที่หลังของ Civic ที่จะได้รับเทคโนโลยีที่พัฒนาไปไกลกว่า มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากเทียบกันในด้านของเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ Civic จะเหนือกว่า Accord อยู่เล็กน้อย


ราคา

เมื่อเรานำเอาราคาของ Honda Civic ใหม่ที่เปิดตัวในอเมริกามาเปรียบเทียบแล้ว จะพบว่าการปรับราคานั้นมีการขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากว่า ความปลอดภัยที่สูงกว่า และการจัดเกรดใหม่ของตัวรถ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับราคาจำหน่ายของ Civic รุ่นที่ 10 ในตลาดประเทศไทยนั้น จะเทียบเคียงได้กับเกรด Turbo RS ที่มีราคา 1,219,000 บาท และ Honda Accord ที่ใช้เครื่องยนต์เดียวกัน จะอยู่ที่ 1,475,000 บาท ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่ราคาของ Civic รุ่นที่ 11 จะสูงที่สุดไม่เกิน 1,299,000 บาท เพื่อยังคงรักษาช่องว่างของราคาให้มีความแตกต่างจาก Accord

สรุปภาพรวม

ถึงแม้ว่าภาพลักษณ์ภายนอกของ Civic รุ่นที่ 11 จะขยับเข้าใกล้ความรูหราของ Accord รุ่นปัจจุบัน แต่ในรายละเอียดลึกๆ แล้ว ยังคงมีความต่าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยี อุปกรณ์ที่ใหม่กว่า และกลุ่มเป้าหมายที่ยังคงแตกต่างกัน รวมไปถึงราคาที่อาจจะมีระยะห่างที่แคบลงกว่าเดิม แต่ถึงยังไงเสียทั้งสองโมเดลยังคงมีแนวทางที่ไม่ทับซ้อนกันอย่างแน่นอน

Credit : keyauto.my